main.webp

เต่ามะเฟือง

เต่ามะเฟือง

Leatherback turtle

ลักษณะ

เต่ามะเฟือง (Leatherback sea turtle, Dermochelys coriacea) เป็นเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก
ขนาดโตเต็มที่ยาว 210 เซนติเมตร หนัก 900 กิโลกรัม กระดองเป็นหนังหนาสีดำมีจุดประสีขาว
มีร่องสันนูนตามยาว 7 สัน อาศัยอยู่ในทะเลเปิดกินแมงกะพรุนเป็นอาหารหลัก
ในประเทศไทยพบวางไข่เฉพาะบริเวณชายหาดฝั่งตะวันตกของจังหวัดพังงาและภูเก็ต
​          เต่ามะเฟืองออกลูกเป็นไข่ แม่เต่ามะเฟืองจะขุดหลุมฝังไข่บริเวณชายหาดอันเงียบสงบ
ที่น้ำทะเลท่วมไม่ถึง วางไข่ครั้งละ ประมาณ 66 -104 ฟอง ไข่มีสีขาวออกแดงเรือง ๆ
ขนาดจะใหญ่กว่าเต่าทะเลชนิดอื่น ๆ คือมีขนาดความยาวรอบ 2.5 นิ้ว
จากนั้นแม่เต่าจะคลานลงสู่ทะเล ปล่อยให้ลูกเต่าฟักออกมาเป็นตัวเพียงลำพัง
โดยทั่วไปจะใช้ระยะเวลาในการฟักตัวประมาณ 55-60 วัน
ในระหว่างนี้อุณหภูมิจะเป็นตัวแปรที่สำคัญต่ออัตราการฟัก ระยะเวลาที่ใช้ฟัก
และที่สำคัญเป็นตัวกำหนดเพศของลูกเต่า
โดยทั่วไปสัดส่วนของลูกเต่าเพศเมียจะมีมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิในหลุมฟักไข่สูงขึ้น ลูกเต่าที่ฟักออกเป็นตัว
จะยังคงอยู่ในหลุมฟักไข่อีก 1-2 วัน เพื่อรอให้ไข่ฟองที่เหลือฟักตัวออกมา
จากนั้นจึงอาศัยในช่วงเวลากลางคืนเพื่อคลานออกมาจากหลุมพร้อม ๆ กัน
ก่อนมุ่งหน้าลงสู่ทะเลลูกเต่าแรกเกิดยังคงมีถุงไข่แดงจำนวนหนึ่งอยู่บริเวณท้อง
ลูกเต่าจะใช้ไข่แดงที่เหลืออยู่นี้เป็นแหล่งพลังงานในการว่ายน้ำอย่างไม่หยุดหย่อน
เพื่อหลบหนีศัตรูตามธรรมชาติอันมีมากมายบริเวณชายฝั่งมุ่งออกทะเลลึก
เต่ามะเฟืองซึ่งใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตหากินในบริเวณทะเลลึกไกลจากฝั่ง
และจะเข้ามาชายฝั่งอีกครั้งเพื่อการผสมพันธุ์และวางไข่

ลักษณะรูปร่างของเต่ามะเฟืองที่โดดเด่นคือมีกระดองคล้ายผลมะเฟือง และครีบคู่หน้าไม่มีเล็บตั้งแต่ออกจากไข่
ความลึกที่เต่ามะเฟืองสามารถดำน้ำได้คือ 1,280 เมตร

สมัน-01.webp
0803 อนุกรม แรดชวา_result.webp

ประชากรรวมทั่วโลก :

ประชากรในประเทศไทย :

?

?

0803 สถานะ กระซู่_result.webp
map_result.webp

เต่ามะเฟือง (Leatherback sea turtle, Dermochelys coriacea)
จัดเป็นสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ที่ได้รับความสำคัญจากนานาประเทศ
เนื่องจากการอพยพย้ายถิ่นระยะไกล จึงมีแหล่งอาศัยในพื้นที่ทางทะเลระหว่างประเทศ
จัดเป็นทรัพยากรร่วมของภูมิภาคและระดับโลก
เต่ามะเฟืองเป็นเต่าทะเลที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์สูงสุดเมื่อเปรียบเทียบกับเต่าทะเลที่มีอยู่ 7 ชนิดทั่วโลก
จำนวนประชากรพ่อแม่พันธุ์เต่ามะเฟืองที่มาผสมพันธุ์และวางไข่ในประเทศไทยลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือเพียงปี
ละไม่ถึง 10 ตัวในปัจจุบัน ทำให้ต้องมีการทบทวนแนวทางการอนุรักษ์เต่ามะเฟือง
เพื่อเพิ่มความเข้มข้นในการคุ้มครองเต่าทะเลที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกชนิดนี้ ให้เป็นสัตว์สงวนลำดับที่
18แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
ภัยคุกคามต่อเต่ามะเฟือง
1. ติดเครื่องมือประมง

​          ระหว่างการเดินทางมาวางไข่และระหว่างพักช่วงการวางไข่ของแม่เต่ามะเฟือง
มีโอกาสที่จะติดเครื่องมือประมง ทั้งเครื่องมือประมงพาณิชย์ เช่น อวนลาก และเครื่องมือประมงพื้นบ้าน เช่น
อวนลอย เบ็ดราวปลากระเบน และโป๊ะน้ำตื้น
2. ถูกรบกวนจากกิจกรรมในทะเล
​          การรบกวน เช่น จากแสงไฟของเรือที่จอดบริเวณชายหาด ขยะ และน้ำเสียจากเรือ การท่องเที่ยวทางทะเล
เช่น สกู๊ตเตอร์ รบกวนการขึ้นมาวางไข่ของเต่าทะเล
นอกจากนั้นความสนใจของนักดำน้ำต่อเต่าทะเลยังรบกวนการพักผ่อน หากินของมันอีกด้วย
3. การสูญเสียสภาพชายหาดที่เหมาะสมต่อการวางไข่
​          การสูญเสียสภาพชายหาดเกิดขึ้นได้ทั้งในเชิงของปริมาณ
คือการสูญเสียบริเวณหาดทรายที่เหมาะสมต่อการวางไข่ของเต่าทะเลจากการก่อสร้างสิ่งลุกล้ำลงไป
หรือในเชิงคุณภาพ เช่น มีกิจกรรม แสง สี เสียง รบกวนการขึ้นมาวางไข่ของแม่เต่า ความสกปรก
และขยะบริเวณชายหาด
4. ถูกรบกวนจากกิจกรรมบนชายฝั่ง
​          การพัฒนาบนฝั่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของชายหาดที่เต่าทะเลจะเลือกขึ้นมาวางไข่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของแสง การขาดการจัดการที่ดีของการพัฒนาชายฝั่ง ส่งผลต่อปริมาณขยะ
และน้ำเสียที่ไหลลงมาสู่ชายหาด
5. ขยะทะเล
​          ปัญหาของขยะทะเลมีแนวโน้มสูงขึ้นมาก
เนื่องจากการเพิ่มของประชากรของมนุษย์และการขาดจิตสำนึกในการใช้สิ่งของและการทิ้งขยะ
ผลการผ่าชันสูตรซากเต่าทะเลที่เกยตื้นเสียชีวิตบางตัวพบขยะพลาสติกจำนวนมากในระบบทางเดินอาหารอันเป็
นสาเหตุของการตาย

เต่ามะเฟืองซึ่งกินแมงกะพรุนเป็นอาหารหลักเมื่อเห็นพวกเศษถุงพลาสติกใสอาจหลงเข้าใจผิดคิดว่าเป็นแมงกะ
พรุนจึงกินเข้าไปได้ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะกลืนกินขยะทะเลเข้าไป
ปัญหาขยะทะเลไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับเต่าทะเล
แต่ยังเป็นสาเหตุการเกยตื้นในสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ชนิดอื่นๆ ทั้งจากการกินโดยไม่ตั้งใจ
หรือการกินโดยตั้งใจเนื่องจากคิดว่าเป็นอาหาร
ปัญหาขยะที่พบได้บ่อยมากคือขยะจำพวกเชือกและเศษอวนซึ่งเกี่ยวรัดสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธ์ให้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเลและป่าชายเลน

ปัจจัยคุกคาม.webp
ชีววิทยา.webp
สายพันธุุ์ย่อย.webp